5 signs you may need glasses

News Title

5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณต้องการแว่นตาแล้ว!

 

หากคุณเห็นตัวหนังสือเบลอขณะอ่านหนังสือในโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์นั้น นั่นแปลว่าคุณต้องการแว่นตาเพื่อช่วยในการมองเห็นแล้ว

หากคุณรู้สึกว่าดวงตามีอาการล้าหรือปวดตา คุณอาจจะเป็นต้องสวมใส่แว่นตาหรือลดเวลาในการใช้งานหน้าจออิเลคโทรนิคลง

หากคุณมีอาการ ปวดหัว อยู่บ่อยครั้ง คุณควรไปพบจักษุแพทย์ หรือสวมใส่แว่นตา หรืออาจเป็นอาการอื่นก็เป็นได้

หากคุณมีปัญหาในการอ่านตัวหนังสือบนโทรศัพท์มือถือของคุณ ไม่ว่าข้อความนั้นจะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ตาม คุณต้องการแว่นตาที่จะช่วยให้คุณมองเห็นได้อย่างชัดเจน

และนี่คือ 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณต้องการแว่นตาแล้ว

 

1. รู้สึกมีปัญหาในการอ่านหนังสือ

เป็นเรื่องปกติเมื่อมีอายุมากขึ้นก็มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับสายตาตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านเมนูในร้านอาหาร การอ่านจดหมายหรืออีเมล หรือแม้แต่สูตรการทำอาการที่ยากขึ้น

หากคุณได้ทำการปรับนาดของตัวอักษรบนโทรศัพท์มือถือของคุณให้ใหญ่ขึ้น หรือหลีกเลี่ยงการอ่านตัวหนังสือขนาดเล็กและใช้ฟังเสียงแทน นั่นหมายความว่าถึงเวลาที่คุณต้องใส่แว่นตาแล้ว

เมื่อมีอายุราวๆ 40 ปี อาการ, แว่นสำหรับอ่านหนังสือ นั้นมักจะเกิดขึ้นกับทุกคน คุณอาจพบว่าตัวเองกำลังอ่านหนังสือบนโทรศัพท์มือถือโดนเหยียดแขนสุดเพื่อให้เห็นตัวหนังสือที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก็เป็นได้

การมีปัญหาในการอ่านตัวหนังสือคือหนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าคุณต้องใส่แว่นแล้ว

หากคุณไม่เคยมีปัญหาในการมองเห็นก่อนช่วงอายุ 40 ปี สายตายาวตามวัย นั้นอาจะเป็นตัวช่วยของคุณได้แม้ในช่วง แว่นสำหรับอ่านหนังสือ, นั้นอาจะเป็นตัวช่วยของคุณได้แม้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ส่วนเลนส์โปรเกรสซีฟที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นตัวหนังสือ ป้ายสัญญาณจราจร ทั้งระยะใกล้และไกลนั้นอาจถือได้ว่าเป็นทางออกที่ดีกว่าในระยะยาวสำหรับการแก้ปัญหาในการมองเห็นของคุณ.

 

2. มีปัญหาในการมองเห็นในระยะไกลของทั้งคุณและเด็กๆ

หากลูกๆของคุณได้คะแนนน้อยในสอบแต่ได้คะแนนดีจากการทำการบ้าน นั่นอาจหมายความว่าเด็กๆกำลังมีปัญหาในการมองเห็นในระยะไกล เช่นการอ่านโจทย์หรือข้อความบนกระดาน หรือจอโปรเจคเตอร์ในห้องเรียน แต่ไม่มีปัญหาในการทำการบ้าน

เด็กๆของคุณอาจมี สายตาสั้น และแว่นตานั้นจะช่วยให้การมองเห็นทั้งคุณครูและกระดานดำกลับมาชัดเจนอีกครั้ง

หากคุณมีปัญหาในการมองเห็นระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นผู้คนที่เดินบนท้องถนนไม่ชัด หรือการเห็นรถบรรทุกกำลังขับผิดเลนตรงมาหาคุณ แปลว่าคุณอาจต้องการแว่นตาแล้ว

 

3. มีปัญหาในการมองเห็นในที่มืด

การขับรถในตอนกลางคืนนั้นถือเป็นเรื่องที่ท้ายทายความสามารถ แต่ถ้าหากมองเห็นเลนถนนไม่ชัด หรือแสงไฟจากเสาไฟนั้นทำให้เกิดแสงจ้า อาจถึงเวลาที่คุณต้องใส่แว่นตาแล้ว

การมองเห็นที่ชัดเจนนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการขับขี่ที่ปลอดภัย และแว่นตาที่เลนส์ เคลือบโค้ทติ้งป้องกันแสงสะท้อน นั้นจะช่วยลดแสงสะท้อนจากแสงไฟได้

ถ้าหากคุณมีปัญหาในการมองเห็นสัญลักษณ์ต่างๆบนแผงหน้าปัดรถยนต์ เลนส์ชั้นเดียวหรือเลนส์โปรเกรสซีฟนั้นจะสามารถช่วยให้คุณมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เลนส์โปรเกรสซีฟ (ที่ช่วยในการมองเห็นในระยะใกล้-ไกล) นั้นจะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นสิ่งรอบๆตัวทั้งสัญลักษณ์บนแผงหน้าปัดรถ เลนถนน หรือป้ายสัญญาณจราจรได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

4. มีปัญหาในการมองรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ

บางทีแล้ว อุปสรรคในการมองเห็นของคุณอาจไม่เกี่ยวกับระยะของการมองถ้าหากมองเห็นวัตถุได้ไม่ชัดเจนในทุกระยะ

หากสามารถมองเห็นวัตถุและตัวหนังสือได้อย่างชัดเจนแต่เกิดภาพเบลอรอบๆ หรือเห็นภาพซ้อน นั่นเป็นสัญญาณของอาการสายตาเอียง, และอาจหมายความว่าคุณต้องใส่แว่นตาซะแล้ว

อาการสายตาเอียงนั้นส่งผลถึงการมองเห็นตอนกลางคืน และอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวและอาการตาล้าได้.

 

5. มีอาการปวดหัวและตาล้า

หากคุณมีอาการ ปวดหัว แบบรายวันหรือรู้สึกว่าดวงตามีอาการล้าอยู่บ่อยๆในตอนช่วงบ่ายของวัน คุณอาจต้องใส่แว่นเพื่อบรรเทาอาการ แต่คุณก็อาจประสบกับอาการ ตาล้าจากการอุปกรณ์ดิจิทัล.

หากคุณใช้เวลา 8 ชั่วโมง (หรือมากกว่านั้น) ต่อวันในการทำงานกับคอมพิวเตอร์ แว่นตาสำหรับการทำงานคอมพิวเตอร์นั้นจะช่วยได้อย่างมากในการลดอาการปวดหัว อาการตาล้า และอาการอื่นๆที่เกิดขึ้นจากการทำงานกับหน้าจออิเลคโทรนิค

 

เมื่อไปพบจักษุแพทย์

Tอาการด้านบนนั้นถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังต้องการใส่แว่น การตรวจค่าสายตาเป็นประจำจะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นในตอนกลางคืนได้ดียิ่งขึ้น อ่านตัวหนังสือเล็กๆได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

และหากคุณมีอาการปวดหัวหรือมองเห็นภาพเบลออยู่บ่อยครั้ง อย่ารอจนกระทั่งการตรวจค่าสายตาครั้งต่อไป ให้ไปพบและปรึกษาจักษุแพทย์ถึงอาการที่เกิดขึ้นทันที แน่นอนว่าคุณอาจต้องใส่แว่นตาหากมีค่าสายตาที่บกพร่อง แต่มันอาจจะมีอาการอื่นแทรกซ้อนอยู่ก็เป็นได้

หากคุณมีอาการใดๆก็ตามตามทีได้กล่าวมาเบื้องต้น ขอแนะนำให้คุณไป: พบจักษุแพทย์ใกล้บ้านคุณ เพื่อทำการตรวจค่าสายตาเพื่อความปลอดภัยของคุณเอง

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: